อะไรคือคำตอบของคุณ เมื่อต้องรวมเอาเนินเขา, วัด, แมว และจักรยานเข้าไว้ด้วยกัน?

ก็คงมี 2 อย่างคือ ถ้าไม่ใช่พระที่จำเป็นต้องใช้พลาสเตอร์ปิดแผล ก็เป็นเมือง Onomichi เมืองท่าในจังหวัด Hiroshima

วันนี้ ผมกับเพื่อนร่วมทางมาที่นี่เพื่อสำรวจทัศนียภาพอันเงียบสงบและไหล่เขาอันงดงามที่ได้รับการการันตีโดยเมือง Onomichi เนื่องด้วยเป็นสถานที่มีชื่อเสียงในเรื่อง “เส้นทางการเดินชมวัด” เป็นเส้นทางเนินเขาเชื่อมต่อกับวัดพุทธ 25 วัด บางแห่งนั้นมีอายุย้อนไปเมื่อศตวรรษที่ 7 ซึ่ง Onomichi เต็มไปด้วยธรรมชาติสวยงามมากมาย

เป็นที่ยอมรับกันว่านักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เดินทางมาที่เมืองนี้และเยี่ยมชมวัด Senko-ji เป็นสิ่งแรกซึ่งเป็นวัดที่ได้รับการสรรเสริญเป็นอย่างมากบนฝั่งตะวันตกของเมือง แน่นอนว่าวันนี้เราจะมาแวะเที่ยวชมที่นี่กัน แต่ถ้าให้พูดตรง ๆ แล้ว คุณคงไม่มาสถานที่อย่างเมือง Onomichi ด้วยเหตุผลเพราะอยากจะมาก้าวย่างไปบนเส้นทางที่น่าเหนื่อยล้าแห่งนี้หรอก ดังนั้นเราจึงตัดสินใจเริ่มต้นการเดินทางมุ่งหน้าไปสู่วัด Jodo-ji บนฝั่งตะวันออกที่มียอดเขาที่สูงที่สุดบนพื้นที่ และมีวิวที่เยี่ยมที่สุดแห่งหนึ่งด้วย

ทันทีที่เข้าไปในเมืองเราก็ได้พบอัญมณีที่ซ่อนอยู่ จริง ๆ แล้วในตัวเมือง Onomichi เพิ่งถูกค้นพบเมื่อเร็ว ๆ นี้ในปีค.ศ.1898 แต่อย่าปล่อยให้ข้อมูลนี้หลอกคุณ เพราะท่าเรือแห่งนี้เปิดมานานกว่า 700 ปี ในปีค.ศ.1168 และเมืองก็เติบโตมาเรื่อย ๆ ตั้งแต่นั้นมา แต่นี่คือเมือง Onomichi สำหรับคุณ สถานที่ที่คุณจะต้องมองย้อนกลับไปหน้าประวัติศาสตร์เพื่อตามหาเรื่องราวที่แท้จริง

หลังจากรอดพ้นจากเหตุการณ์ระเบิดในสงครามโลกครั้งที่ 2 เมือง Onomichi จึงเต็มตึกรามบ้านช่องอันน่ามหัศจรรย์มากมาย แต่คุณจะพบอาคารอีกมากที่ไม่ได้เป็นแบบนั้นเนื่องจากเด็กหนุ่มสาวในเมือง Onomichi มีแนวโน้มดัดแปลงอาคารเก่าแก่ของเมืองให้เป็นคาเฟ่, ร้านค้า, แกลอรี่ และอีกร้านอื่น ๆ

ยกตัวอย่างเช่น เมื่อ ONOMIHIC U2 ได้นำเสนอเทรนด์ “upcycling” หรือ “การสร้างมูลค่าให้วัตถุ” ของเมือง Onomichi ซึ่งให้ความสำคัญกับ “การปั่นจักรยาน” เป็นอย่างมาก โดยใช้พื้นที่โกดังสินค้าเก่าบนท่าเรือ ONOMICHI U2 ดัดแปลงให้เป็นดังสวรรค์ของคนปั่นจักรยาน ที่มีทั้งคาเฟ่, บาร์, ร้านอาหาร, โรงแรม และร้านจักรยานของแบรนด์ Giant ซึ่งเหมาะสำหรับเหล่าผู้เริ่มออกเดินทางหรือผู้ที่กำลังกลับมาจากทริปเส้นทาง Shimanami Kaido เส้นทางคมนาคมที่มีเลนจักรยานเชื่อมต่อเกาะ Honshu ของญี่ปุ่นและเกาะ Shikoku ผ่านทางเมือง Onomichi ของทางเหนือและเมือง Imabari ของทางใต้

แต่ในขณะเดียวกัน Art Base บ้านรวมผลงานศิลปะในอาคารเรียนที่ได้รับการปรับปรุงใหม่บนเกาะ Momoshima ก็ได้นำเสนอมุมมองที่ทันสมัย และความแปลกใหม่สไตล์ชิล ๆ สู่เมือง Onomichi

เมื่อเดินเล่นไปตามตรอกซอยเก่าแก่แคบ ๆ ก็ยิ่งรู้ชัดแจ้งมากขึ้นว่าเมือง Onomichi นี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อให้ผู้คนมาค้นพบเที่ยวชม ถนนคดเคี้ยวที่เก่าแก่และตรอกซอยที่ตั้งอยู่ระหว่างแนวเขาและชะวากทะเลนั้นทำให้เมืองแห่งนี้เป็นสถานที่ที่น่าเดินเล่น และก็ไม่ได้เดินหลงกันง่าย ๆ

เมื่อมาถึงที่ Jodo-ji เราถูกโจมตีด้วยความเงียบสงัดของสถานที่ ที่นี่นกพิราบอยู่มากกว่านักท่องเที่ยว ความเป็นจริงแล้วคนอื่น ๆ ที่เราเห็นที่วัดนั้น มีเพียงคู่รักท้องถิ่นที่แวะมาให้อาหารนก

เรามุ่งตรงไปที่ด้านหลังของเจดีย์ และไม่นานก็พบว่าตัวเองอยู่บนเส้นทางเดินป่าที่ไม่ได้ลาดยาง ประดับประดาด้วยบันไดหินเก่าที่ทำขึ้นเพื่อช่วยให้เดินผ่านจุดที่ชันได้ง่ายขึ้น เมื่อเดินเลี้ยวผ่านป่าอันเงียบสงบ เราเดินต่อไปจนในที่สุดก็ถึงหอชมวิวบนยอดสุดของภูเขา เราย่ำเท้าด้วยความเร็ว แล้วก็ได้พบกับหนึ่งในทิวทัศน์ที่น่ามหัศจรรย์ที่สุดเท่าที่เคยเห็นมา

วิวที่นี่ดูเหมือนว่าจะมีจุดน่าสนใจมากมาย ซึ่งแต่ละจุดนั้นคุ้มค่ากับการมองดู เมื่อมีหลาย ๆ วิวมารวมกัน ก็จะเกิดเป็นการเสนอผลงานภาพวาดชิ้นเอก และเราจะเห็นหมู่บ้านของ Onomichi ที่เรียงรายอยู่ด้านล่าง มีเส้นทางน้ำทะเลสีฟ้าเข้มไหลผ่านเมือง เมืองแห่งนี้เต็มไปด้วยศาลเจ้าและวัดที่มีอายุเก่าแก่หลายร้อยปี เนินเขาที่ปกคลุมไปด้วยป่าไม้ ช่องแคบที่โผล่ขึ้นมาให้เราเห็นจากพื้นที่ราบลาง ๆ และภูเขาเตี้ยที่อยู่ไกลออกไปซึ่งมีสีจางลงเป็นโทนสีฟ้าอ่อนที่ค่อย ๆ กลืนไปกับขอบฟ้า

สูดลมหายใจลึก ๆ แล้วมองไปยังทัศนียภาพเบื้องล่างซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนเกือบลืมหยิบกล้องของเรามาถ่ายรูป ตกตะลึงกับการผสมผสานอย่างไร้ที่ติของเมืองและความสวยงามตามธรรมชาติเบื้องหน้า เมื่อกลับมามีสติอีกครั้ง เราก็ยกกล้องขึ้น แล้วระหว่างนั้นเราก็ได้สัมผัสกับภูมิทัศน์ทั้งหมดอีกครั้งผ่านเลนส์กล้อง

เดินลงจากยอดเขา เราเริ่มเดินทางไปยังวัด Senko-ji ซึ่งเป็นเส้นทางเดินที่นำเราผ่านสิ่งที่ผู้คนแถบนั้นเรียกกันว่า “Neko no Hosomichi” หรือ “ซอยแมว” เป็นทางแคบ ๆ ที่มีชื่อเสียงว่ามีแมวอยู่มากมาย ทั้งที่เป็นแมวจริง ๆ และของตกแต่ง เพื่อนแมวเหมียวที่อยู่ตามทางเดินจะคุ้นชินกับผู้คนอย่างเห็นได้ชัด เราพบว่าเจ้าแมวหลายตัวยกตัวขึ้นแล้วให้เราถ่ายรูปอยู่ห่าง ๆ

วัด Senko-ji เป็นจุดหมายปลายทางที่มีขนาดใหญ่และคับคั่งไปด้วยผู้คน มีสิ่งต่าง ๆ มากมายให้เราได้ชม รวมทั้งรูปปั้นของเจ็ดเทพเจ้าแห่งความโชคดี และสถานที่ที่คุณสามารถซื้อกุญแจล็อครูปหัวใจแล้วเกี่ยวไว้บนกระดานบูชาที่ศาลเจ้ารักแมวแห่งนี้ ผมไม่เคยรู้ว่าก่อนเลยว่าแมวมีแนวโน้มที่จะสร้างสัมพันธ์อันแสนโรแมนติกได้อย่างยาวนาน แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตามศาลเจ้านี้ช่างน่ารักจริง ๆ

ต่อจากนี้ เราก็เดินขึ้นไปบนยอดเขาที่มีเส้นทางชื่อว่า “เส้นทางวรรณคดี” หินจำนวนมากถูกจารึกด้วยบทกวีจากนักเขียนที่มีชื่อเสียง ผู้ซึ่งเรียกเมือง Onomichi ว่าเป็นบ้านของพวกเขามานานนับร้อยปี

วิวจากวัด Senko-ji สวยงามมาก แต่สิ่งที่ทำให้ตกตะลึงก็คงหนีไม่พ้นวัด Jodo-ji แต่หากคุณเริ่มต้นเดินทางเร็วพอหรือค้างคืนในเมือง Onomichi แล้ว ไม่มีสื่งใดที่จะปิดกั้นไม่ให้คุณเห็นวิวทั้งสองแห่งนี้

และแล้วเราก็มุ่งหน้ากลับลงเนินเขาที่คดเคี้ยวผ่านถนนแคบ ๆ อันเก่าแก่ ผมกับเพื่อนมองหน้ากัน

เราสงสัยกันว่า “ครั้งนี้เราจะพบอะไร?”

แต่ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตาม เรารู้ว่ามีอะไรมากกว่าที่ตาเราเห็นอย่างแน่นอน

Photographs & Text by Peter Chordas