โรงแรม Limani ไม่ใช่แค่ตั้งอยู่ใกล้กับทะเล Setouchi เท่านั้น แต่ยังโดนโอบล้อมด้วยทะเลอีกต่างหาก ตั้งแต่ล็อบบี้ที่เห็นวิวแบบพาโนรามาผ่านร้านอาหาร ห้องรับรอง ห้องออกกำลังกาย สปา และสระว่ายน้ำแบบเอาท์ดอร์พร้อมบาร์ริมสระว่ายน้ำ ไม่มีจุดไหนที่คุณจะมองไม่เห็นวิวท้องทะเล จริง ๆ แล้วหากคุณจองที่พักกับทางโรงแรม ไม่จำเป็นต้องถามถึงเรื่องวิวทะเลเลย เพราะห้องพักสุดหรูทุกห้องหันหน้าไปทางทะเล แม้โรงแรม Limani จะอยู่ในเมือง Ushimado จังหวัด Okayama แต่ก็ตั้งอยู่อย่างโดดเด่นด้วยเสาที่เป็นสถาปัตยกรรมกรีกอันน่าทึ่ง และด้วยวิวที่ถูกยกให้เป็น “1 ใน 100 ของจุดชมพระอาทิตย์ตกดินที่สวยที่สุดในประเทศญีปุ่น” ผมและเพื่อนอดใจไม่ไหวแล้ว อยากจะเห็นจริง ๆ ว่าวิวพระอาทิตย์ตกของที่นี่สวยสมคำร่ำลือรึเปล่า แต่พวกเรามาถึงที่นี่เกือบเที่ยงแล้ว ยังไงก็ต้องรอ มีพนักงานชาวกรีกพูดต้อนรับพวกเราเป็นภาษาอังกฤษที่เคาน์เตอร์ หลังจากเช็คอินเข้าพักแล้วก็พาพวกเราไปดูห้องพักที่เป็นโทนสีขาว-ฟ้า ดูดีมีรสนิยมในแบบของโรงแรม Limani ซึ่งชวนให้นึกถึงเกาะซานโตรินี่ ห้องของพวกเรามีเก้าอี้ยาววางเป็นจุดเด่น มีระเบียงริมทะเลพร้อมเก้าอี้ ส่วนห้องอาบน้ำขนาดกว้างขวางก็ถูกตกแต่งด้วยกระเบื้องกรีกน่ารัก ๆ หลังจากที่นอนบนฟูกนอนปูพื้นสไตล์ญี่ปุ่นดั้งเดิมซะมาหลายคืน พอได้ทิ้งตัวลงนอนบนเตียงสไตล์ตะวันตกดูบ้าง ก็รู้สึกได้ถึงความหรูหราที่แท้จริง “แน่นอนว่าอาหารญี่ปุ่นและเรียวกังซึ่งเป็นห้องพักญี่ปุ่นแบบปุ่นดั้งเดิม เป็นอะไรที่ยอดเยี่ยม” คุณ Shoko Yamaguchi เป็นพนักงานผู้เชี่ยวชาญด้านการออกกำลังกาย และเป็นฝ่ายประชาสัมพันธ์ของโรงแรมอธิบายให้เราฟัง “แต่หลังจากนั้นไม่นาน นักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาญี่ปุ่นสามารถเริ่มทำอะไรที่ให้ความรู้สึกว่าเหมือนอยู่ใกล้บ้านได้ที่โรงแรม Limani แขกทุกคนสามารถผ่อนคลายไปกับอาหารกรีก สิ่งอำนวยความสะดวกแบบตะวันตก และบรรยากาศความเป็นสากลที่แท้จริงได้อย่างเต็มที่” ตามที่ปรากฏในประวัติศาสตร์ของเมือง Ushimado เมื่อย้อนกลับไปสมัยเอโดะได้มีการเปิดประตูทางการทูตเชื่อมความสัมพันธ์กับประเทศเกาหลี ซึ่งในปัจจุบันทางโรงแรม Limani ได้ส่งต่อสิ่งนี้ด้วยการรับพนักงงานจาก 14 ประเทศ ทำให้เพิ่มความสามารถทางด้านภาษาในการต้อนรับแขกจากทั่วทุกมุมโลก แม้คำว่า “Limani” มาจากภาษากรีกที่มีความหมายว่า “อ่าว” หรือ “ท่าเรือ” แต่ความสัมพันธ์กับประเทศกรีกนั้นแท้จริงแล้วมีความลึกซึ้งมากกว่าชื่อ โรงแรมตั้งอยู่ที่บริเวณปลายสุดของเมือง Ushimado ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของทะเลใน Seto ที่รู้จักกันในนามของ “ทะเลใน Aegean ของญี่ปุ่น” นอกจากนี้สวนเกษตรกรรมที่อยู่ล้อมรอบโรงแรมได้ให้ผลผลิตมะกอก, เห็ด และเลมอนที่ดีที่สุดในประเทศอีกด้วย John Yanni Diacos เชฟชาวกรีกที่ได้รับรางวัลประจำตำแหน่งอยู่ที่ร้านอาหาร The terrace ของโรงแรม Limani แหล่งวัตถุดิบส่วนใหญ่ของเชฟมาจากสวนของโรงแรมเอง ขณะที่นั่งลงรับประทานอาหารเที่ยง นี่เป็นอาหารจานแรกในบรรดามื้ออาหารอันน่าประทับใจที่พวกเราเพลิดเพลินในช่วงที่พักอยู่ที่นี่นั้นให้ความรู้สึกผ่อนคลายจากข้างใน จานอาหารกรีกแท้ ๆ ที่ถูกตกแต่งอย่างสวยงามทำให้โต๊ะของเรายิ่งดูสวยขึ้นไปอีก ซึ่งสอดคล้องกับความโดดเด่นในฐานะโรงแรมและสปา ที่นี่ช่างเป็นห้องอาหารที่อร่อยและใส่ใจสุขภาพ เพิ่มจุดเด่นที่ให้ความีชีวิตชีวาตลอดการพักผ่อนที่โรงแรม Limani ได้อย่างมาก “เมนูอาหารที่นี่เปลี่ยนไปตามฤดูกาล ดังนั้นทุกอย่างที่ร้าน Terrace จึงต้องสดใหม่อยู่เสมอ” คุณ Yamaguchi บอก “เพราะที่นี่มีทั้งสวนเกษตรกรรม ท้องทะเล และไร่ Ushimado วัตถุดิบของเราส่วนใหญ่จะถูกคัดสรรและเก็บเกี่ยวทุกตอนเช้า ไม่มีอะไรจะดีต่อสุขภาพไปกว่านี้แล้ว” ในช่วงต่อระหว่างมื้อเที่ยงและมื้อเย็น พวกเราตัดสินใจที่จะใช้เวลานี้ในยิมที่ที่คุณ Yamaguchi แนะนำ พวกเราผ่อนคลายยืดเส้นยืดสายและออกกำลังกาย หลังจากนั้นไม่นานเพื่อนของผมก็ไปทำสปาหน้าออร์แกนิค แช่ลงในอ่างเลมอน ขณะที่ผมนั่งชิลใกล้ ๆ เตาผิงที่ห้องรับรอง รู้ตัวอีกทีท้องทะเลก็ส่องสว่างด้วยแสงยามเย็นอันอบอุ่นเสียแล้ว พวกเรายืนอยู่ด้วยกันด้านนอกที่ลานสระว่ายน้ำของโรงแรม เป็นความรู้สึกผ่อนคลายที่นักท่องเที่ยวอย่างเราไม่ได้พบเจอบ่อยนัก ผู้จัดการของโรงแรมเล่าให้พวกเราฟังว่าระยะเวลาในการเข้าพักต่อห้อง คือ 1 สัปดาห์ เมื่อวันแรกของการพักที่นี่จบลง พวกเราแทบจะไม่แปลกใจกับสิ่งที่ผู้จัดการพูดเลย เหมือนหลุดหายไปกับกาลเวลาและสถานที่ เมื่อพวกเรายืนมองแสงอาทิตย์สุดท้ายที่ส่องแสงเจิดจ้าบนคลื่นทะเล นี่เรากำลังท่องเที่ยวทะเล Setouchi อยู่หรือเปล่า? หรือกลายเป็นผู้มาเยือนเมดิเตอร์เรเนียนที่ได้ชมพระอาทิตย์จมลับไปในทะเล Aegean กัน? แต่ไมว่าอย่างไรก็ตาม นี่เป็นช่วงเวลาที่พวกเรารู้สึกเหมือนได้อยู่บ้านจริง ๆ Photographs & Text by Peter Michel Chordas

สำหรับรายละเอียดการจอง โปรดคลิกที่นี่